ผู้เขียน หัวข้อ: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND  (อ่าน 47013 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ www.pattanasat.com(ช่างนนทบุรี)

  • Administrator
  • Hero Member
  • ******
  • กระทู้: 5615
  • คะแนนน้ำใจ +363/-9
ติดตามฝีมือบรรยายของท่านe20cupได้เลยครับ  :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2011, 09:25:28 PM โดย www.pattanasat.com(ช่างนนทบุรี) »
ชมรมคนหัดเล่นดาวเทียม
สำนักงานใหญ่ 02-922-2103,085-099-5855
สาขาแคราย 02-951-4502,091-003-5339
http://www.pattanasat.com
ขายส่งทุกอำเภอทั่วประเทศพร้อมให้คำปรึกษา
โทร.089-921-4819
อุปกรณ์จานดาวเทียมราคาถูก จานดาวเทียมนนทบุรี

ID LINE = basicsat

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0


จากยุค สายอากาศทีวี........

สู่....โลก ยุคการสื่อสาร ผ่านดาวเทียม




โลกแห่งยุคดิจิตอล


การส่งภาพโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียม  ในระบบดิจิตอล  ทั้งภาพและเสียง มีความคมชัดมาก  ปัจจุบัน มีจอ LCD  PLASMA LED  แบบดิจิตอล  ออกมารองรับ  รวมทั้งมีการแพร่ภาพ  ที่มีความคมชัดสูง (High-definition หรือ HD)
และมีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง  ตั้งแต่ ระบบการส่งภาพ จนถึง อุปกรณ์ การรับชมต่างๆ  ถูกออกแบบมา รุ่นแล้ว รุ่นเล่า แล้วหัวใจที่สำำคัญที่สุด ก็คือ " ดาวเทียม  " นั่นเอง ถือเป็น
ศูนย์กลาง ในการติดต่อสื่อสาร ถ่ายทอดสัญญาณ ต่าง ๆ ไปทั่วทุกมุมของโลก   เ้ริ่มจาก สถานีภาคพื้นดิน ขึ้นสู่ดาวเทียม  จากนั้น  ก็ส่งสัญญาณกลับมา ยังโลกอีกครั้ง  รวมระยะทาง  กว่า 70,000 ก.ม.  ไกลเกินกว่ามนุษย์ จะเดินทางไปถึง ในยุคนั้น 
 


ใครคือผู้ค้นพบ ดาวเทียม ?

    ย้อนหลังไป เมื่อ ปี ค.ศ. 1945  หรือ ตรงกับ พ.ศ. 2488  มีผู้เขียนบทความเรื่อง " EXTRA TERRESTRIAL RELAYS" ในนิตยสาร "WIRELESS WORLD" เขาได้กล่าวถึงการเชื่อมระบบสัญญาณวิทยุ จากมุมโลกหนึ่งไปยังอีก มุมโลกหนึ่ง ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สถานีถ่ายทอดวิทยุที่ลอยอยู่ ในอวกาศเหนือพื้นโลกขึ้นไปประมาณ 35,786 กิโลเมตร โดยมีการนำเอาสถานีทวนสัญญาณ ที่เรียกว่า " ดาวเทียม " ไปลอยอยู่ในอวกาศ  3 สถานี เหนือมหาสมุทรหลัก ๆ ทั้ง 3 คือ มหาสมุทรแอตแลนติก, มหาสมุทร แปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งดาวเทียมทั้ง 3 จุดนี้ จะต้องลอยและโคจรอยู่ในวงโคจร เหนือเส้นศุนย์สูตร ในตำแหน่งที่ทำมุมซึ่งกันและกัน 120 องศา ที่ความสูง 42,164 กิโลเมตร วัดจากจุดศูนย์กลางของโลก หรือประมาณ 35,787 กิโลเมตร (22,237 ไมล์) จากระดับน้ำทะเลปานกลาง



ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1957 ข้อคิดในบทความของ อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เริ่มเป็นจริงขึ้นมา เมื่อสหภาพโซเวียตรัสเซีย ได้ส่งดาวเทียม "สปุทนิก" (sputnik) ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลก ที่ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2011, 09:38:32 AM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Sir Arthur Charles Clarke 



  หลายคนคงรู้จัก ชื่อของเขา  ผู้ค้นพบ "วงโคจรคลาร์ก" นั่นเอง  ตั้งชื่อ เพื่อเป็นเกียรติ เขาเป็นนักเขียนนวนิยาย และสารคดีวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1917 ที่เมือง Minehead จังหวัด Somerset ประเทศอังกฤษ ผู้ริเริ่มให้แนวคิดการสื่อสารดาวเทียม   
 ผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ได้แก่นิยายชุด จอมจักรวาล (Space Odyssey) และชุด ดุจดั่งอวตาร (Rendezvous with Rama)  และอื่นๆ อีกมากมาย เช่น  "ประหนึ่งจะเย้ยรัตติกาล"   "สุดสิ้นกลิ่นน้ำนม"   "สู่สวรรค์"  "นรกใต้ทะเลฝุ่น"  เป็นต้น

ช่วงบั้นปลายชีวิต คลาร์กป่วยด้วยโรคโปลิโอ  ต้องนั่งบนรถเข็นตลอดเวลา เขาเสียชีวิตเมื่อเช้ามืดของวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 ด้วยวัย 90 ปี ศพของเขาทำพิธีฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาใดๆ ในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่เมืองโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา


Clarke Orbit




หรือเรียกเป็นไทยว่า "ดาวเทียมค้างฟ้า "   วงโคจรคลาร์ก เป็นวงโคจรในระนาบเส้นศูนย์สูตร (Equator) ที่มีความสูง เป็นระยะที่ทำให้ดาวเทียม เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม เท่ากับการหมุนของโลก (ความเร็ว  ในวงโคจร  11,028  กม. /  ชม.  หรือ 3.07  กม. /  วินาที )  ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง  มีค่าเท่ากับแรงดึงดูดของโลกพอดี เป็นผลให้ดาวเทียมดูเหมือนอยู่คงที่  แต่ที่จริง มันเคลื่อนที่  และโคจรไปพร้อมกับโลก (ปัจจุบัน การใช้งานจริง สถานีภาคพื้นดิน จะคอย ควบคุม ให้สายอากาศ หันมารับสัญญาณ จากโลก กับคอยปรับตำแหน่ง ให้อยู่ที่เดิม  และอยู่ในวงโคจร  ตลอดเวลา  )


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2011, 11:58:42 PM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ MR.????

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 498
  • คะแนนน้ำใจ +8/-1
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 08:42:43 PM »
ขอบคุณท่านมากเลยครับได้รู้เกี่ยวกับดาวเทียมขึ้นอีกมาก  :yoyo_0160: :yoyo_0160:
ทุกคำถามมีคำตอบที่basicsatclub.com

ช่างตัวเล็กๆจากสมุทรสาคร

ออฟไลน์ tanasit2519

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 165
  • คะแนนน้ำใจ +2/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 09:16:51 PM »
ขอบคุณครับ..สำหรับข้อมูลดีๆ :yoyo-emoticon-1-051:
ทำงาน(พนง.จัดซื้อ) 79/568 ซ.2หมู่บ้าน ธารารมณ์    รามคำแหง ซ.150 แขวง สะพานสูง เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
****086-405-6493****
บ้านอยู่ 108/6 ม.4 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 12:43:44 AM »


            ดาวเทียม SPUTNIK 


6 ปีต่อมา


         20 สิงหาคม ค.ศ. 1964 ประเทศสมาชิก สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จำนวน 11 ประเทศ ร่วมกันจัดตั้งองค์การโทรคมนาคมทางดาวเทียมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “อินเทลแซท” (INTELSATINTERNATIONAL TELECOMMUNICATIONS SATELLITE ORGANIZATION) ขึ้นที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยให้ประเทศสมาชิก เข้าถือหุ้นดำเนินการใช้ดาวเทียม เพื่อกิจการโทรคมนาคมพานิชย์แห่งโลก INTELSAT ตั้งคณะกรรมการ INTERIM COMMUNICATIONS SATELLITE COMMITTEE (ICSC) จัดการในธุรกิจต่าง ๆ ตามนโยบาย เช่น การจัดสร้างดาวเทียม การปล่อยดาวเทียม  การกำหนดมาตราฐานสถานีภาคพื้นดิน การกำหนดค่าเช่า ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม เป็นต้น




          วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1965 COMSAT ส่งดาวเทียม “TELSAT 1” หรือในชื่อว่า "EARLY BIRD" ส่งขึ้นเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก ถือว่าเป็นดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร เพื่อการพาณิชย์ดวงแรกของโลก ในระยะหลังมีหลายประเทศที่มีดาวเทียมเป็นของตนเอง (DOMSAT) เพื่อใช้ในการสื่อสารภายในประเทศ  รวมทั้งดาวเทียม ด้านต่าง ๆ เช่น

 - ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์
 - ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ทางธรรมชาติ
 - ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
 - ดาวเทียมสำรวจอวกาศ
 - ดาวเทียมเพื่อการนำร่อง
 - ดาวเทียม เพื่อกิจการวิทยุสมัครเล่น
 - ดาวเทียมการสื่อสาร ระหว่างจุดต่อจุด
 - ดาวเทียมทางทหาร

       และอื่นๆ อีก มากมาย ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ  ทั้งวงโคจร ระดับสูง และระดับต่ำ  อีกเป็นจำนวน นับร้อย ๆ ดวง เรื่อยมาจนถึง ปัจจุบัน




ดาวเทียม ไทยคม

        ชื่อ "ไทยคม" (Thaicom) เป็นชื่อพระราชทาน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน โดยย่อมาจาก Thai Communications ในภาษาอังกฤษ

         ปัจจุบัน ดาวเทียมไทยคม มีทั้งหมด 5 ดวง ดวงแรก ไทยคม 1A ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2551)
ถัดมา ไทยคม 2 ไทยคม 3

        ไทยคม 4 ( ไอพีสตาร์)  เป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากถึง 6486 กิโลกรัม และทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 มีอายุการใช้งานประมาณ 12 ปี ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

   

        ไทยคม 5 มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป อยู่ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ใช้เป็นดาวเทียม สำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอล  ความละเอียดสูง  (High Definition TV) ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เพื่อทดแทนไทยคม 3  มีอายุการใช้้งาน 12 ปี



           
                                                                                                                                                                                                                             
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2011, 09:35:31 AM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDแล[size=14pt][/size]ะKU-BAND
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 08:32:50 PM »
สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ "ITU"

( International Telecommunication Union )  


เป็นองค์การชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ เป็นองค์การสากลที่ดำเนินการอยู่ โดยในระยะแรกเริ่ม ใช้ชื่อว่า สหภาพโทรเลขระหว่างประเทศ (อังกฤษ: International Telegraph Union) จัดตั้งขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1865  มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นครเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์

ITU มีหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐาน และกฎระเบียบ สำหรับการสื่อสารวิทยุ และโทรคมนาคมระหว่างประเทศ การกำหนดแถบคลื่นความถี่วิทยุ ( Allocation of the Radio Spectrum) และบริหารจัดการ กรณีที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยง โครงข่ายระหว่างประเทศ เช่น บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ เป็นภารกิจในเชิงโทรคมนาคม ลักษณะเดียวกับการปฏิบัติงาน ของสหภาพสากลไปรษณีย์

หน้าที่ที่สำคัญ ของ ITU  คือ กำหนด จัดสรร และควบคุม การใช้ความถี่ในกิจการต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อน และรบกวนกัน ความถี่ที่ใช้กับดาวเทียม จะใช้หลักการเรียกชื่อคล้ายกับที่ใช้ในเรดาร์ และไมโครเวฟ แต่ความถี่ใช้งานอาจแตกต่างกันบ้าง ตามภารกิจ และวิธีการใช้ความถี่ 

ประเทศไทย เริ่มเป็นสมาชิกของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ในสมัยที่ใช้ชื่อว่า สหภาพโทรเลขระหว่างประเทศ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1883 เคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ สภาสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ 7 สมัย
ตั้งแต่ ปี 1973 - 2010


การเป็นประเทศสมาชิกของประเทศไทย มีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT)เป็นตัวแทนฝ่ายบริหารของประเทศ มีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นตัวแทนฝ่ายกำกับดูแล กิจการโทรคมนาคมของประเทศ

ย่านความถี่ในการส่งสัญญาณดาวเทียม

แบ่งเป็นช่วงย่อย ๆ ตามการกำหนดของ
 Radio Society of Great Britain (RSGB) ดังตารางต่อไปนี้:




   สเปคตรัม (SPECTRUM) ของคลื่น




    การส่้งสัญญาณดาวเทียม



ดาวเทียม เป็นเสมือนสถานีทวนสัญญาณ หรือที่เรียกว่า " รีพีทเตอร์ (Repeater)"
เป็นสถานีลอยฟ้า ที่อยู่เหนือพื้นโลก ในอวกาศ มีองค์ประกอบ หลัก 3 ส่วนคือ

1. สถานีดาวเทียม ภาคพื้นดิน
2. ระบบ ควบคุมและสั่งการ
3. ดาวเทียมที่อยู่ ในอวกาศ

สถานีภาคพื้นดินจะส่งสัญญาณ กำลัังส่งสูง  ผ่านจานสายอากาศ ขนาดใหญ่ บนพื้นดิน ไปยังจานสายอากาศ ของดาวเทียม โดยผ่าน TRANSPONDER ทำการขยายสัญญาณ  แปลงความถี่ แล้วส่งคลื่นความถี่ กลับมายังสถานีภาคพื้นดิน บนโลกอีกครั้ง


 


                                                           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2011, 11:39:51 AM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ tanasit2519

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 165
  • คะแนนน้ำใจ +2/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 11:58:20 PM »
ขอบคุณครบท่านe20cup..ที่นำข้อมูลดีๆ มาให้+1 :yoyo-emoticon-1-051:
ทำงาน(พนง.จัดซื้อ) 79/568 ซ.2หมู่บ้าน ธารารมณ์    รามคำแหง ซ.150 แขวง สะพานสูง เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
****086-405-6493****
บ้านอยู่ 108/6 ม.4 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 11:29:58 PM »
หลักในการส่งคลื่น ไป และกลับ


           

คลื่นที่ส่งขึ้นไป จะถูกกำหนดให้ เป็นความถี่หนึ่ง สัญญาณที่ถูกส่ง ขึ้นไปยังดาวเทียมนี้  เราเรียก “ ว่าการเชื่อมโยงขาขึ้น ” ( Up-link ) ส่วนความถี่ขาลง จะเป็น อีกความถี่หนึ่ง  สัญญาณจากดาวเทียม ที่ลงมายังสถานีภาคพื้นดินเรียกว่า “ การเชื่อมโยงขาลง ” ( Down – link ) ความถี่ขาขึ้น จะสูงกว่าความถี่ขาลง เพื่อมิให้เกิดการรบกวนกัน  โดยมีการกำหนด แถบความกว้างของคลื่น
(Bandwidth) เป็น Mhz ไว้ในแต่ละช่อง ของ TRANSPONDER


Transponder (TP)

ในดาวเทียมแต่ละดวง  จะมีจำนวนของทรานสปอนเดอร์  ไม่เท่ากัน ซึ่งมีหลายๆ รูปแบบ
เพื่อใช้กับการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ กัน แล้วแต่การใช้งาน ในแต่ละย่านของความถี่
ซึ่งการสื่อสารแพร่ภาพทางโทรทัศน์  จะกำหนดไว้ ที่จำนวน
24 ทรานสปอนเดอร์ ตาม  BANDWIDTH   เมื่อรับคลื่นจากสถานีภาคพื้นดินแล้ว
ก็จะเปลี่ยนความถี่ ให้ต่ำลง  แล้วขยายความถี่ต่ำนั้น  ให้มีความแรงของสัญญาณ
้สูงขึ้น  และส่งกลับมายังสถานีรับ บนพื้นโลกอีกครั้ง  โดยผ่านสายอากาศ
รับคลื่นแบบต่าง ๆ   

POLARIZATION (การแพร่กระจายคลื่น)

ชนิดของ โพลาไรเซชั่น ออกเป็น 3 ชนิด คือ

1.  แบบ Linearly Polarization  ขั้วคลื่นในแนวตั้ง และ ในแนวนอน 
2.  แบบ Circularly Polarization ขั้วคลื่นเป็นวงกลม  แบ่งได้เป็น คลื่นหมุนทางซ้าย
     กับคลื่นหมุน ทางขวา
3.  แบบ Elliptically Polarization  ขั้วคลื่น แบบรูปไข่ 

แต่ที่เราใช้ในการสื่อสาร สัญญาณดาวเทียมที่เห็นส่วนมากมี 2 ชนิด คือ

1. แบบ Linearly  คลื่นแนวตั้ง ( vertical ) หรือ เรียกโดยย่อว่า  แนว  " V  "
    และั คลื่นแนวนอน ( Horizontal ) หรือ เรียกโดยย่อว่า  แนว  " H  "



 2.    แบบ Circularly   คลื่นหมุนเป็นวงกลม  2 ทาง คือหหมุนวนทางซ้าย
        กับ หมุนวนทางขวา



ขั้วคลื่นทั้ง 2 แบบ  เป็นการใช้เทคนิค แยกขั้วสัญญาณการแพร่กระจายคลื่น (Polarization) โดยใช้สายอากาศ (จานดาวเทียม) เป็นตัวแยก ซึ่งปกติจะใช้ตัว LNB  ในการแยกลำคลื่น ซึ่งการใช้ขั้วสัญญาณ แพร่กระจายคลื่นต่างกัน แม้จะใช้ความถี่เดียวกันก็จะไม่รบกวนกัน
ปัจจุบัน  จะใช้รูปแบบ การกระจายคลื่น อยู่ 2 แนว คือแนวตั้ง  (V) และแนวนอน ( H) 
โดยส่งมาพร้อมกัน ทำให้ มีช่องส่งเพิ่มขึ้น เป็น 2 เท่า  จากเดิมที่ 1 ทรานสปอนเดอร์  ถ้าส่งคลื่นขั้วเดียว จะมีช่องเพียง 12 ช่อง รายการ  แต่ถ้าส่งมาพร้อมกัน ทั้ง 2 ขั้วคลื่น
ก็จะส่งช่องรายการทีวี ได้มากถึง 288 ช่องรายการ ( ถ้าสังเกตดูช่องรายการ  ดาวเทียมไทยคม C BAND  จะเห็นว่า ช่องรายการ
ยังมีเหลืออยู่อีก  ประมาณ 100 ช่อง )
 

                                                                                             
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2011, 12:18:29 AM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ ANGLE

  • Member
  • **
  • กระทู้: 137
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 09:14:51 AM »
ขอบคุณมากครับเป็นความรู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยจะติดตามอ่านเรื่อยๆครับ

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 10:57:06 AM »
  ย่านความถี่  C – BAND / KU BAND

ปัจจุบัน ดาวเทียมสื่อสาร ใช้ระบบการส่งแพร่ภาพทางโทรทัศน์  อยู่ 2 แบบ  คือ

1.   ความถี่ของย่าน C - BAND 

จะส่งสัญญาณขาขึ้น (Uplink) ใช้ย่านความถี่ 6 GHz และสัญญาณขาลง (Downlink)
ใช้ย่าน ความถี่ 4 GHz จึงนิยมเรียกว่า 6/4 GHz  โดยความถี่ขาลง ( down link frequency )
นี้จะมี ช่วงกว้าง ของคลื่นความถี่ = 480 Mhz หรือ 0.48 Ghz  แต่มักส่ง ความถี่  อยู่ในช่วง
3700 Mhz – 4200 Mhz.  หรือ 3.7 Ghz - 4.2 Ghz



ดังนั้น ใน 1 ทรานสปอนเดอร์ (TP)  จะมีความกว้าง ของคลื่น ความถี่ ( transponder
bandwidth ) = 40 Mhz และสามารถ แบ่งการส่งสัญญาณ แยกออกเป็นช่องย่อยๆ อีก

ในแต่ละช่องของ  transponder จึงเท่ากับว่า มีทรานสปอนเดอร์ =12 ทรานสปอนเดอร์
ในแต่ละแนวการส่ง (POLARIRATION) คือ แนว VERTICAL 12 , แนว HORIZON 12
รวมเป็น 24 Transponder

2. ความถี่ของย่าน  KU - BAND

จะส่งสัญญาณขาขึ้น(Uplink) ใช้ย่านความถี่ 12 - 14 GHz และสัญญาณขาลง (Downlink)
ใช้ย่านความถี่ 10 – 12 GHz โดยความถี่ขาลง ( down link frequency ) นี้ จะมีช่วงกว้าง
ของคลื่นความถี่ = 480 Mhz หรือ 0.48 Ghz  แต่มักส่งความถี่ อยู่ ในช่วง
11700 Mhz - 12200 Mhz. หรือ 11.7 Ghz - 12.2 Ghz 



ดังนั้น ใน 1 ทรานสปอนเดอร์ (TP) จะมีความกว้างของคลื่น ความถี่
( transponder  bandwidth )  =  40 Mhz    และสามารถ แบ่งการส่ง
สัญญาณ แยกออกเป็นช่องย่อยๆ อีก ในแต่ละช่องของ  transponder
จึงเท่ากับว่า  จะมีทรานสปอนเดอร์ = 12  ทรานสปอนเดอร์
ในแต่ละแนวการส่ง (POLARIRATION)  คือ แนว VERTICAL 12  , 
แนว  HORIZON 12  รวมเป็น  24  Transponder
เท่ากันกับย่านของ C- BAND

C – BAND กับ KU – BAND
แบบไหน จะดีกว่ากัน


คลื่นไมโครเวพ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติหลายอย่าง  นอกจากจะวิ่ง
เป็นเส้นตรง ด้วยลำคลื่นแคบ ๆ แล้ว สัญญาณถูกรบกวนได้น้อย และ มีย่านความถี่ที่กว้าง
หากนำมาใช้ในระบบสายอากาศ จะได้ อัตราขยายสัญญาณ ของสายอากาศสูง
 
แต่มีข้อเสียเมื่อ เมื่อคลื่นผ่านชั้นบรรยายกาศของโลก จะถูกดูดซับไว้บางส่วน
ทำให้พลังงานของคลื่นลดลง หรืออาจเกิดการเบี่ยงเบน ทำให้คลื่นหักเหได้
นอกจากนี้ ก็ยังอาจถูกรบกวน จากสนามแม่เหล็ก ของดวงอาทิตย์ ในอวกาศ
รวมทั้ง เมฆ ฝน หิมะ บนพื้นโลก ด้วยคุณสมบัติ  ที่สามารถใช้ได้ดี  แม้จะมี
ข้อเสียอยู่บ้าง แต่ก็ยังเหมาะที่จะใช้ ในการสื่อสารผ่านดาวเทียม

  ปัจจุบันยังใช้ แบบการส่งสัญญาณ  อยู่ทั้ง 2 แบบ ซึ่งมีข้อดี – ข้อเสีย  คือ

1. แบบ  C - BAND  อาจไปรบกวนกับการสื่อสาร ผ่านคลื่นไมโครเวฟ บนภาคพื้นดินได้ง่าย กำลังส่งที่ใช้ ค่อนข้างต่ำประมาณ  8-16 วัตต์  ดังนั้นเมื่อสัญญาณส่งมาถึงโลก  จึงมีสัญญาณที่อ่อนมาก
ในการรับสัญญาณเราจึงจำเป็นต้องใช้จานที่มีขนาดใหญ่  การส่งสัญญาณ
สามารถตั้งมุมยิงสายอากาศ  ให้มีขอบเขตจุดศูนย์กลางของสัญญาณ
แต่เน้นความเข้มของสัญญาณได้   แบบนี้จะมี ฟุตปริ้นท์กว้าง สามารถ ส่งสัญญาณ ครอบคุมพื้นที่ได้หลายประเทศ   



ข้อดี : เหมาะที่จะใช้ในประเทศที่ใหญ่ ๆ เพราะส่งดาวเทียมดวงเดียว ก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วประเทศ
เช่น สหรัฐ, รัสเซีย , จีน , อินโดนีเซีย  กรณีฝนตก ก็ยังจะดูภาพได้ เพราะความถี่ต่ำ  เพียงแต่ความแรงของสัญญาณ  จะลดลงไปบ้าง

ข้อเสีย : เนื่องจากส่งครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ ความเข้มของสัญญาณจะต่ำ
จึงต้องใช้จาน 4 - 10 ฟุต ซึ่งมีขนาดใหญ่ จึงจะรับสัญญาณภาพได้
 
2.   แบบ KU - BAND

ใช้ในกิจการส่งสัญญาณโทรทัศน์โดยตรง (Direct Broadcast System: DBS) 
โดย จะส่งสัญญาณ ด้วยกำลังส่งปานกลาง ประมาณ 20-50 วัตต์ แต่ในประเทศญี่ปุ่น
ใช้กำลังส่งสูงมาก  ประมาณ 80-100 วัตต์  ดังนั้น จึงมีฟุตปรินท์แคบ
สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ได้น้อย จึงใช้ เฉพาะภายในประเทศ  นิยมใช้ในประเทศ
สหรัฐอเมริกา ในยุโรป และประเทศญี่ปุ่น



ข้อดี : ความเข้มของสัญญาณสูงมาก ใช้จานขนาดเล็กๆ 30 – 120 เซนติเมตร ก็สามารถรับสัญญาณได้แล้ว เหมาะสำหรับส่งสัญญาณ CABLE TV ผ่านดาวเทียม DBS ( Direct Broadcast Satellite )

ข้อเสีย :  ส่งสัญญาณได้ไม่ครอบคลุม ในจุดที่ต้องการ  ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาในการรับสัญญาณภาพ  เวลาเกิดฝนตก หรือท้องฟ้าปิดด้วยเมฆฝนมากๆ
จะทำให้รับสัญญาณได้อ่อนลง หรืออาจจะรับไม่ได้ในเวลานั้น  คือภาพไม่มี
 แต่จะกลับคืนมาเมื่อสภาพอากาศปกติ


RAIN FADE
(ฝนตกสัญญาณจางหาย)

 


การลดทอนของสัญญาณ จากสภาวะภูมิอากาศ เช่น ฝนตก ลูกเห็บตก หิมะตก เมฆหมอกหนาทึบ  พายุฝนฟ้าคะนอง หรือ เกล็ดน้ำแข็งบนเมฆชั้นสูง เป็นต้น มีผลต่อคลื่นความถี่สูงย่าน KU ทำให้ โพราไรเซชั่นที่ไวต่อการรบกวนเปลี่ยนแปลง 
จึงเกิดปรากฏการณ์การหักเห การสะท้อน และการแทรกสอดได้ง่าย  และจะกระทบอย่างรุนแรงต่อระดับสัญญาณ

การเกิดฝนตก เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด การรบกวนของสัญญาณ เมื่อคลื่นผ่านเม็ดฝน
จะเกิดการหักเห และดูดกลืนพลังงานของคลื่นสัญญาณเข้าไป ขึ้นอยู่กับขนาด และ
ปริมาณของเม็ดฝนด้วย  ความถี่ ที่สูงมากนี้ ลำคลื่นเมื่อผ่านช่องว่าง ระหว่างสายฝนลงมา
ก็จะสะท้อนเม็ดฝน กันไปมา อยู่ในกลุ่มฝน  คล้ายกับว่า กลุ่มฝนนั้น เป็นฟองน้ำขนาดยักษ์
ที่คอยดูดซับ สัญญาณดาวเทียม ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำ จนคลื่นถูกดูดกลืน ไปหมด
แต่ถ้าใช้จานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น  ก็จะดูได้ในช่วงเวลาที่นานกว่า จานขนาดเล็ก
แต่ในที่สุดก็ดูไม่ได้เช่นกัน

 


แต่ใช่ว่า ฝนตกทุกครั้งแล้ว จะดูไม่ได้เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่า ระหว่างทาง
ของจานรับสัญญาณ กับ ดาวเทียม  มีสิ่งบดบังอะไรอยู่ข้างหน้าบ้าง  หรือ
หากฝนตกที่สถานีส่งสัญญาณ  หนักมาก ๆ อาจทำให้สัญญาณที่ส่งมา อ่อนลง
จนบางครั้ง เราไม่สามารถ รับสัญญาณได้   ดังนั้นในแต่ละพื้นที่ จึงมักมีคำกล่าว
อยู่เสมอๆ  ที่บอกว่าฝนตก ดูไม่ได้  แล้วทำไมบางพื้นที่ ๆ ฝนตกหนัก  ก็ยังดูได้
ไม่ขัดแย้งกับทฤษฎีหรือ 

ในเรื่องนี้  ต้องดูสภาพแวดล้อม หรือสภาพอากาศ ในขณะนั้นด้วย ฝนตกเม็ดใหญ่
แต่ห่าง มีช่องว่างมากกว่า  กับ ฝนเม็ดเล็ก และมีความถี่มาก  เหล่านี้จะได้รับผล
กระทบไม่เท่ากัน  อีกทั้งการปรับตั้งจาน อาจไม่ดีพอ อาจเกิด Cross Polalization
จึงทำให้สัญญาณ อ่อน และจางหายไป อย่างรวดเร็ว   มีเทคนิคที่ช่วยเสริมให้
สัญญาณยังคงอยู่ คือ หากเราทำที่บังฝน สูงขึ้นไปเหนือจาน หรือ ติดจานใต้หลังคา
(แต่ไม่บังคลื่น) น้ำฝนจะไม่ตกกระทบ ที่หน้าจาน ทำให้คลื่นสะท้อนเข้าหัว LNB
ได้โดยไม่ถูกลดทอน ก็จะช่วยได้อีกทาง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2011, 12:57:43 AM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ tanasit2519

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 165
  • คะแนนน้ำใจ +2/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 07:37:55 PM »
+1แทนน้ำใจ...จะติดตามตอนต่อไปครับ :yoyo-emoticon-1-051:
ทำงาน(พนง.จัดซื้อ) 79/568 ซ.2หมู่บ้าน ธารารมณ์    รามคำแหง ซ.150 แขวง สะพานสูง เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
****086-405-6493****
บ้านอยู่ 108/6 ม.4 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2011, 01:08:31 AM »
ฟุตปริ้นท์ (FOOTPRINT)




[A]  C-Band Global                   *** Beam Peak ( EIRP ) = 38dBW ***   
  B] C-Band Regional Beam      *** Beam Peak ( EIRP ) =41 dBW ***   
 [C] Ku-Band Thailand Beam    *** Beam Peak ( EIRP ) = 57 dBW ***
 [D] Ku-Band Indochina Beam  *** Beam Peak ( EIRP ) = 56 dBW ***


ฟุตปริ้นท์ ถ้าแปลตรง ๆ แปลว่า “ รอยเท้า ” แต่ความหมาย ของระบบ ดาวเทียม
มีความหมายว่า “ ของเขตของบริเวณที่สัญญาณดาวเทียมครอบคลุมถึง ”
ดาวเทียมแต่ละดวง จะมีฟุตปริ้นท์ เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง ซึ่งพื้นที่ที่จะได้รับสัญญาณจากดาวเทียมได้ดี หรือแรงที่สุดจะอยู่ในส่วนที่เรียกว่า
ศูนย์กลาง (Center) ของฟุตปริ้นท์ หากหลุดออกไปจากศูนย์กลางนี้
ความแรงของสัญญาณก็จะลดลง

ฟุตปริ้นท์ จะมีเส้นเป็นวงชั้นจากเล็กไปใหญ่ วงในสุดจะมีความเข็มของสัญญาณ
(Effective Isotropic Radiated Power หรือเรียกว่า ค่า EIRP ) สูงที่สุด หมายความว่าถ้าใช้จานรับสัญญาณดาวเทียม จานที่ใช้ก็มีขนาดเล็ก สัญญาณ
จะอ่อนลงตามลำดับในชั้นที่ 2 - 3 และ 4 ซึ่งขนาดของจานรับสัญญาณ
ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ตามไปด้วย



ระบบ C-Band ค่าความแรงสูงสุดจากวงใน จะอยู่ที่ 40 dBW
และอ่อนสุดที่ 33 dBW



ส่วนระบบ KU-Band จะมีความเข้มของสัญญาณมากกว่า ซึ่งวงในสุด
จะมีค่า 56 dBW และวงนอกต่ำสุด 52 dBW ซึ่งค่าความแรง
ของสัญญาณดาวเทียมในแต่ละพื้นที่ จะเป็นตัวกำหนด  ความกว้างของหน้าจาน ที่จะใช้รับสัญญาณดาวเทียมดวงนั้นๆ

ในการใช้งานจริง จะมีการเผื่อขนาดหน้าจาน เพื่อในบางครั้งสัญญาณอาจเกิด
การเปลี่ยนแปลงเช่น Beam ของสัญญาณเคลื่อน อากาศชื้น ฝนตกสัญญาณ
ที่ส่งลงมา เกิดการสูญเสีย ( Loss ) ไปหากเราใช้จานขนาดที่ใหญ่
การรับภาพก็เป็นปกติ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2011, 11:11:13 PM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ e20cup

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 387
  • คะแนนน้ำใจ +70/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 11:55:37 AM »
 
ขนาดของจานดาวเทียม

คลื่นย่าน C BAND กับคลื่น ย่าน KU BAND มีความเข้มของสัญญาณ
ไม่เท่ากัน เราจึงเลือกใช้ ขนาดของหน้าจาน ให้ถูกต้องและเหมาะสม
กับการใช้งาน ซึ่งมีสูตรการคำนวณไว้ ซึ่งเราดูได้จากตาราง ดังนี้



กราฟทางแนวนอน เป็นขนาดของหน้าจานดาวเทียม มีหน่วยเป็นเมตร
กราฟทางแนวตั้ง EIRP ( EFFECTIVE ISOTROPIC RADIATED POWER )
แสดงถึง กำลังส่งสัญญาณจากใจกลาง ในแต่ละพื้นที่ มีหน่วยเป็น dBW
(Decibel Watt) ถ้าความแรงของสัญญาณมีค่า EIRP 38 dBW ขนาด
ของหน้าจาน ต่ำสุดจะต้อง ไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร จึงจะำี่รับสัญญาณได้
คือดูภาพได้ปกติ แต่ถ้าใช้จานที่เล็กกว่านี้ ก็ยังรับได้เช่นกัน



จากตาราง เราจะเห็นว่า คลื่น KU BAND มี dBW ที่แรงถึง 55
ดังนั้น เราจึงใช้จานแบบทึบ ที่เรียกจาน OFFSET ซึ่งมีขนาด
เล็ก เพียง 60 ซ.ม. ก็เพียงพอที่จะรับสัญญาณได้ แล้ว

ทั้งนี้ เพราะเขาคำนวณ ขนาดของหน้าจาน เผื่อเอาไว้ อีกประมาณ
30 % เพราะในบางครั้ง สัญญาณอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น
Beam ของสัญญาณเคลื่อน หรือ เบี่ยงเบน อากาศชื้น ฝนตก
เหล่านี้ ทำให้สัญญาณที่ส่งลงมา เกิดการสูญเสีย

ดังนั้น จึงควรใช้ จานตามมาตรฐาน แต่ในทางปฏิบัติ เราจะใช้จาน
C BAND ขนาด 1.30 เมตร หรือ จาน KU BAND ขนาด 35 ซ.ม.
ก็สามารถรับชมได้ แต่ถ้าหากบางช่อง ส่งสัญญาณอ่อน ก็จะมีปัญหา
ในการรับชม  สำหรับดาวเทียม ไทยคม 5 ความถี่ ทั้ง C BAND และ
KU BAND มีความแรงเพียงพอ ตามฟุตปริ้นท์ ที่ได้แสดงไว้

ในระบบ DIGITAL ถ้าขนาดของจานไม่เพียงพอ ภาพจะเป็นโมเสค
รูปสี่เหลี่ยม เลอะเลือน ภาพ และเสียง จะหยุดเป็นช่วง ๆ แต่บางครั้งก็
อาจเกิดจาก อุปกรณ์ ของจานดาวเทียม บกพร่องด้วย ให้สังเกตที่
BER (Bit error rate) จากเครื่องรับ จะแสดง ค่าความผิดพลาด
ในการรับค่า สัญญาณดิจิตอล จากสถานีส่งต้นทาง จนถึง เครื่องรับ
โดย จะมีค่านี้สูง เช่น  0001 - 9000 / 1000000  เป็นต้น

ซึ่ง อาการดังกล่าวนี้ อาจไม่ใช่ เกิดจากขนาดของหน้าจาน เล็กเกินไป
เพียงอย่างเดียว  สัญญาณ ดิจิตอล เมื่อรับข้อมูลบิต มาครบถ้วน หรือ
ขาดไปบ้าง ภาพก็ยัง มีความคมชัด  แม้ระดับคุณภาพ ของสัญญาณ
จะลดลงไป เหลือเพียง 15 -20 % ก็ยังไม่ต่างไปจาก คุณภาพ 80 %

อนึ่ง เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม (RECEIVER) มีส่วนสำคัญ ในการ
รับคลื่นเป็นอย่างมาก หากเครื่องมีความไว ของจูนเนอร์ (TUNER)
สูง  ก็จะรับสัญญาณ อ่อน ๆ ได้ดี ในขณะที่บางยี่ห้อ จูนเนอร์ มีความ
ไวต่ำ ก็จะรับช่องที่ สัญญาณอ่อน ๆ ไม่ได้  ปัจจุบันเครื่องรุ่นใหม่ ๆ
เป็นระบบดิจิตอล มาตรฐาน DVB (Digital Video Broadcasting)

                                                                                                                ยังมีต่อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2011, 11:39:40 PM โดย e20cup »
คำว่า " พอเพียง "   พอเพียงนี้ อาจจะมี มีมาก อาจจะมี
ของหรูหรา ก็ได้ แต่ว่า ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น

ออฟไลน์ tanasit2519

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 165
  • คะแนนน้ำใจ +2/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 04:55:55 PM »
+1แทนน้ำใจ...จะติดตามตอนต่อไปครับ :yoyo-emoticon-1-051:
ขอบคุณครับ...จะติดตามตอนต่อไปครับ  :fws010: :yoyo_0160:
ทำงาน(พนง.จัดซื้อ) 79/568 ซ.2หมู่บ้าน ธารารมณ์    รามคำแหง ซ.150 แขวง สะพานสูง เขต สะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
****086-405-6493****
บ้านอยู่ 108/6 ม.4 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

ออฟไลน์ MR.????

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 498
  • คะแนนน้ำใจ +8/-1
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 09:23:54 PM »
ท่านe20cupนี่สุดยอดจริงๆ   :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160:
ทุกคำถามมีคำตอบที่basicsatclub.com

ช่างตัวเล็กๆจากสมุทรสาคร

ออฟไลน์ www.pattanasat.com(ช่างนนทบุรี)

  • Administrator
  • Hero Member
  • ******
  • กระทู้: 5615
  • คะแนนน้ำใจ +363/-9
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 09:28:16 PM »
การหาข้อมูลและวางรูปแบบของรูปและเนื้อหาของท่านถือว่าสวยดูดีมากๆ

เลยครับๆๆๆขอบคุณแทนเพื่อนๆสมาชิกด้วยครับที่ได้ดูข้อมูลดีๆสวยๆอ่านง่าย
  :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0138: :yoyo_0138: :yoyo_0138:
ชมรมคนหัดเล่นดาวเทียม
สำนักงานใหญ่ 02-922-2103,085-099-5855
สาขาแคราย 02-951-4502,091-003-5339
http://www.pattanasat.com
ขายส่งทุกอำเภอทั่วประเทศพร้อมให้คำปรึกษา
โทร.089-921-4819
อุปกรณ์จานดาวเทียมราคาถูก จานดาวเทียมนนทบุรี

ID LINE = basicsat

ออฟไลน์ วัช ดาวเทียมแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1896
  • คะแนนน้ำใจ +92/-1
  • ยินดีบริการ เพื่อให้ท่านมีความสุข กับการรับชม
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 09:55:22 PM »
ขอบคุณท่าน e20cup ที่ค้นคว้าหาข้อมูลมาถ่ายทอด
ขอบคุณบอร์ดแห่งนี้และผู้ดูแลที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้รับและผู้ให้ได้มารับรู้ข้อมูลข่าวสารกัน
ขอบคุณจริงๆ
พื้นที่บริการ ดอนเมือง รังสิต ลำลูกกา รามอินทรา สะพานใหม่ แจ้งวัฒนะ จตุจักร บางซื่อ งามวงศ์วาน ปากเกร็ด ถนน345 ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์(พระราม5) และบริเวณใกล้เคียง 
บริการ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด
ติดต่อ ช่างวัช 06-2595-2363 / ID Line : pgloryss

ออฟไลน์ tawee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 11
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2011, 08:30:41 PM »
ขอบคูณคับ :fws13:

ออฟไลน์ superdragon

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2011, 10:41:22 AM »
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนครับ  :yoyo-emoticon-3-030:

ออฟไลน์ Sakda Seejun

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 36
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มีนาคม 03, 2012, 10:07:24 PM »
ขอบคุณครับ :yoyo-emoticon-1-059: :yoyo-emoticon-1-059: :yoyo-emoticon-1-059: :20: :yoyo_0160: :yoyo_0160: :yoyo_0160:

ออฟไลน์ โก๋

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 225
  • คะแนนน้ำใจ +14/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มีนาคม 03, 2012, 11:32:31 PM »
ขอบคุณครับ :yoyo-emoticon-1-051:
ร้านโก๋ดาวเทียม โทร.081 846 1120 ,088 1122 350

ตลาดปะคำ(เยื้องตลาดนัดตอนเย็น) ถนนสุรนารายณ์ อ.พระทองคำ จ.นคราชสีมา
มากกว่าการติดตั้ง คือ คุณภาพและการบริการ ผลงานเป็นประกัน

ออฟไลน์ SUANYAIMAN

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 699
  • คะแนนน้ำใจ +55/-0
  • สมฺมาอาชีโว
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มีนาคม 04, 2012, 08:22:18 PM »
THANK YOU  :fws011: :fws011: :fws011:
สวนใหญ่ แซทเทลไลท์ (SUANYAI-SAT By ช่างกิตติ)
บริการติด ปรับ แก้  รับชม ดาวเทียม ทีวีดิจิตอล บ้าน อพาร์ตเมนต์ฯ
๑๑/๑๙๕ ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐
suanyai-sat@hotmail.com   08 1493 4139

ออฟไลน์ lbsatel

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 35
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: เมษายน 01, 2012, 09:04:13 PM »
 :yoyo-emoticon-1-051: :yoyo-emoticon-1-051:

ออฟไลน์ Tom Samkhok

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 01:01:05 PM »
ขอบคุณมากนะครับท่าน e20cup
ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ จะติดตามอ่านจนจบเลยครับ

ออฟไลน์ Alala

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: เมษายน 15, 2012, 10:16:26 PM »
ขอบคุณครับ ความรู้ล้วนๆ :fws011: :fws011:

ออฟไลน์ rockter17

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: เมษายน 22, 2012, 04:19:42 PM »
 :659:ขอบคุณครับท่าน

ออฟไลน์ weerawat16

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: เมษายน 23, 2012, 10:34:46 PM »
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

ออฟไลน์ ten-com

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2012, 07:43:24 AM »
  :68:  ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลที่ดีๆ 

ออฟไลน์ akanitnuu

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
  • คะแนนน้ำใจ +11/-0
Re: ทฤษฎีของระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมC-BANDและKU-BAND
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:30:58 AM »
กลับมารื้อความจำ บางอย่างลืมไปแล้ว บทความนี้..ดีมากๆ เลยครับ